2026-09-19 15:13:23
ถ้าถามว่า…
ไอศกรีมน้ำผึ้งหินลาดในของเมฆเริ่มต้นจากอะไร?
มันไม่ได้เริ่มจากประโยคว่า…
“ช่วงนี้น้ำผึ้งกำลังมา ทำรสน้ำผึ้งกันไหม?”
แล้วเปิด Shopee สั่งน้ำผึ้งมาสามขวด
ชิมอันไหนหวานสุดก็จบ
ไม่จ้ะ
เรื่องมันยาวกว่านั้นเยอะ
เพราะน้ำผึ้งที่เราเลือกใช้มาจาก บ้านห้วยหินลาดใน ตำบลบ้านโป่ง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย
ชุมชนปกาเกอะญอที่มีประวัติของหมู่บ้านสืบต่อกันมาไม่ต่ำกว่า 150 ปี และมีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับป่าอย่างลึกมาก
แนวคิดของชุมชนมีประโยคหนึ่งที่ผมชอบมากคือ…
“กินน้ำรักษาน้ำ
กินจากป่ารักษาป่า”
ฟังดูสั้น ๆ
แต่ถ้าแปลเป็นภาษาคนทำธุรกิจสำหรับผมก็คือ…
จะใช้ของเขา ก็อย่าใช้จนเขาฉิบหาย
อันนี้ผมว่าหลายธุรกิจควรเอาไปแปะหน้าห้องประชุมเลย
เวลาเราเห็นน้ำผึ้งหนึ่งขวด
สิ่งแรกที่นึกถึงก็คงเป็น…
ผึ้ง
แต่พอเราเริ่มศึกษาน้ำผึ้งหินลาดในจริง ๆ
เรื่องมันย้อนกลับไปไกลกว่านั้น
เพราะก่อนจะมีน้ำผึ้ง
ต้องมีดอกไม้
ก่อนจะมีดอกไม้หลากหลาย
ต้องมีระบบนิเวศที่ยังทำงานอยู่
และถ้าป่าไม่สมบูรณ์
อาหารของผึ้งก็ลดลงไปด้วย
ผึ้งเองยังมีบทบาทสำคัญกับป่า เพราะช่วยผสมเกสรให้กับพืชต่าง ๆ
เพราะฉะนั้น
น้ำผึ้งหนึ่งหยดจึงไม่ได้บอกเราแค่ว่า…
“ผึ้งทำงานเก่ง”
แต่มันยังบอกด้วยว่า
พื้นที่รอบตัวผึ้งยังมีอาหารให้มันออกไปหา
พูดง่าย ๆ คือ…
ป่ายังมีของกิน
ผึ้งถึงยังยอมอยู่
ถ้าวันหนึ่งผึ้งถึงขั้นเก็บกระเป๋าย้ายบ้าน…
เราอาจต้องเลิกถามก่อนว่าน้ำผึ้งปีนี้หอมไหม
แล้วเปลี่ยนเป็น…
“ป่าเป็นอะไรหรือเปล่าวะ?”
หนึ่งในเรื่องที่ผมชอบมากเกี่ยวกับการเลี้ยงผึ้งโพรงของบ้านห้วยหินลาดใน คือเขาใช้วิธีที่อิงกับธรรมชาติ
ชาวบ้านทำกล่องจากไม้
ทาขี้ผึ้งบริเวณทางเข้าเพื่อดึงดูดผึ้ง
แล้วนำกล่องไปวางตามพื้นที่ที่เหมาะสม เช่น ใต้ต้นไม้ใหญ่ บริเวณลำธาร หรือพื้นที่ในป่า
จากนั้น…
รอค่ะ
ไม่ได้จับผึ้งมายัดเข้าไปแล้วพูดว่า…
“นี่บ้านใหม่หนูนะ อยู่ไปก่อน เดี๋ยวชิน”
สุดท้ายผึ้งเป็นฝ่ายเลือกเองว่าจะเข้ามาอยู่อาศัยหรือไม่
เมื่อเข้ารังแล้ว ผึ้งก็ออกไปหาเกสรและน้ำหวานจากดอกไม้ตามธรรมชาติ
ช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายนเป็นช่วงที่ดอกไม้ในป่าหลายชนิดออกดอก
เช่น
ดอกก่อ
ดอกพยอม
ดอกดงดำ
และพืชชนิดอื่น ๆ ในพื้นที่
น้ำผึ้งจึงไม่ได้มีรสชาติจากดอกไม้เพียงชนิดเดียวแบบที่มนุษย์สามารถกำหนดสูตรได้
ผึ้งเลือกเองค่ะ
คนทำไอศกรีมไม่มีสิทธิ์ Vote
นี่เป็นเรื่องที่ผมชอบมาก
เพราะในแต่ละปี…
ฝนไม่เหมือนเดิม
อุณหภูมิไม่เหมือนเดิม
ช่วงเวลาที่ดอกไม้บานไม่เหมือนเดิม
และชนิดของดอกไม้ที่ผึ้งออกไปเจอก็ไม่จำเป็นต้องเหมือนเดิม
น้ำผึ้งจึงมีโอกาสเปลี่ยนทั้ง
ความหอม
ความเข้ม
โทนดอกไม้
ความหวาน
และ Aftertaste
ถ้าจะเปรียบแบบคนกินไวน์หน่อย
มันมีความคล้าย Vintage
ต่างกันแค่ว่าแทนที่จะเป็นองุ่นจากไร่หนึ่งแปลง…
นี่คือผึ้งบินเลือกวัตถุดิบเองทั่วป่า
ฟังดูโรแมนติกมากใช่ไหมครับ?
ทีนี้มาดูอีกด้านหนึ่ง
ในฐานะคนเล่าเรื่อง…
ชอบมาก โรแมนติกสุด ๆ
ในฐานะคนทำสูตร…
โอ๊ย อี…
เพราะสิ่งหนึ่งที่คนผลิตอาหารรักมากคือ
Consistency
ล็อตนี้หวานเท่านี้
ล็อตหน้าก็หวานประมาณนี้นะ
กลิ่นเท่านี้
ความชื้นเท่านี้
ฝ่ายผลิตจะได้ไม่ต้องประชุมฉุกเฉินตอนเจ็ดโมงเช้า
แต่ธรรมชาติไม่ได้สนใจ Spreadsheet ของเราครับ
มันไม่ได้ส่งอีเมลมาว่า…
เรียนฝ่าย R&D
ปีนี้ฝนมากกว่าปกติ
กลิ่นดอกไม้จะเปลี่ยนเล็กน้อย
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปรับสูตร
ไม่มีค่ะ
ของมาถึงแล้วชิมเอาเอง
แต่สำหรับผม
นี่แหละคือเสน่ห์ของวัตถุดิบแบบนี้
เพราะถ้าเราพยายามบังคับวัตถุดิบจากธรรมชาติให้เหมือนเดิมทุกปี 100%
บางทีเราก็กำลังลบสิ่งที่น่าสนใจที่สุดของมันออกไป
โจทย์ของเมฆจึงไม่ใช่…
“ทำยังไงให้น้ำผึ้งเหมือนเดิมทุกปี?”
แต่คือ…
“ทำยังไงให้ความแตกต่างของน้ำผึ้งในปีนั้น
ออกมาอร่อยในภาษาไอศกรีม?”
ข้อมูลจากชุมชนระบุว่า น้ำผึ้งจะถูกเก็บในช่วงประมาณ ปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม
หลังจากผึ้งมีช่วงเวลาหาอาหารจากดอกไม้ในป่าช่วงก่อนหน้านั้น
สิ่งที่น่าสนใจคือระบบนี้ไม่ได้มองน้ำผึ้งเป็นแค่สินค้าอย่างเดียว
แต่มองทั้ง…
ป่า
ผึ้ง
และคน
เป็นระบบเดียวกัน
เพราะหากพื้นที่ยังมีความหลากหลายของพืช
ผึ้งก็ยังมีอาหาร
ผึ้งช่วยผสมเกสร
ป่าก็ยังฟื้นตัวและขยายพันธุ์ต่อได้
มันเลยไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบ…
“มีน้ำผึ้งเท่าไร เอามาขายให้หมด”
แต่เป็นเรื่องของการจัดการทรัพยากรให้สามารถเดินต่อไปได้ด้วย
นี่คือส่วนที่ทำให้ผมรู้สึกว่า น้ำผึ้งหินลาดใน มีอะไรมากกว่าคำว่าอร่อย
ชุมชนนำรายได้จากการจำหน่ายน้ำผึ้งบางส่วนกลับเข้าไปในกองทุน
เพื่อนำไปใช้ในการดูแลทรัพยากรป่า
เช่น
การทำแนวกันไฟ
การเฝ้าระวังไฟป่า
กิจกรรมดูแลป่าของชุมชน
รวมถึงมีน้ำผึ้งที่เชื่อมโยงกับกิจกรรมของกลุ่มเยาวชน เพื่อให้เด็ก ๆ ในหมู่บ้านได้เรียนรู้ทั้งเรื่องการเลี้ยงผึ้งและการอนุรักษ์
สำหรับผมตรงนี้สำคัญมาก
เพราะมันทำให้เกิดภาพง่าย ๆ ว่า…
ป่ายืนอยู่
แล้วสร้างรายได้ให้คนได้
โดยไม่ต้องตัดต้นไม้ออกก่อน
นี่คือจุดที่คำว่า “อนุรักษ์” เริ่มออกจากโปสเตอร์
แล้วกลายเป็นระบบเศรษฐกิจจริง ๆ
ป่าอยู่
ผึ้งอยู่
คนอยู่
สามฝ่ายยังไม่ต้องไล่ใครออกจากบริษัท
นี่คือส่วนที่ยากที่สุด
เพราะเวลาคนทำอาหารได้วัตถุดิบที่มี Story ดีมาก
กับดักอันใหญ่มากคือ…
Story ดีจนลืมทำให้อร่อย
ไม่ได้ครับ
ต่อให้เรื่องราวช่วยโลกขนาดไหน
ถ้าตักคำแรกแล้วไม่อร่อย
ลูกค้าก็ไม่ได้นั่งเคี้ยว Sustainability แทนของหวาน
ดังนั้นเวลาเมฆพัฒนารสนี้
เราเริ่มจากคำถามว่า…
ถ้าจะให้คนรับรู้หินลาดในผ่านไอศกรีมหนึ่งถ้วย
เขาควรสัมผัสอะไรจากน้ำผึ้งนี้บ้าง?
คำตอบไม่ใช่
“ทำให้หวานที่สุด”
เพราะถ้าต้องการแค่ความหวาน
เรามีน้ำตาลครับ
ถูกกว่าด้วย
น้ำผึ้งที่น่าสนใจไม่ได้มีแค่คำว่า “หวาน”
แต่มันมีทั้ง
กลิ่น
โทนดอกไม้
ความลึกของรส
และ Aftertaste
เราเลยพยายามทำตัวไอศกรีมให้ไม่หวานจนกลบสิ่งเหล่านั้น
พูดง่าย ๆ คือ…
อย่าเอาความหวานไปตบน้ำผึ้งจนสลบ
น้องเดินทางมาจากเชียงรายตั้งไกล
อย่างน้อย…
ให้เขามีบทพูดบ้างค่ะ
ตรงนี้คือส่วนที่เมฆเอาวัตถุดิบมาตีความต่อ
เราเอาน้ำผึ้งโพรงป่าหินลาดในมาหมักกับ ดอกหอมหมื่นลี้
เพื่อเติมมิติของกลิ่นดอกไม้ให้เปิดขึ้นอีกชั้น
เวลาเอามาราดบนไอศกรีม
มันไม่ได้ทำหน้าที่แค่…
“เพิ่มหวานอีกหน่อย”
เพราะถ้าต้องการเพียงความหวาน
อย่างที่บอกครับ
เรามีน้ำตาล
ไม่ต้องเดินเรื่องมาถึงเชียงราย
สิ่งที่เราอยากได้คือ
พอกินคำแรก คุณอาจเจอความหอมมันของตัวไอศกรีมก่อน
จากนั้นน้ำผึ้งกับหอมหมื่นลี้ค่อยเข้ามา
กลิ่น Floral เปิดขึ้น
รสน้ำผึ้งชัดขึ้น
แล้ว Aftertaste ค่อยอยู่ต่อในปาก
มันควรเปิดรสทีละชั้น
ไม่ใช่เข้าประตูมาแล้วตะโกนว่า
“น้ำผึ้งค่ะ!”
เรื่องนี้จริง ๆ เชื่อมกับสิ่งที่เมฆพยายามทำมานานมากแล้ว
ในฐานะ ร้านไอศกรีมในชลบุรี
เราไม่ได้อยากหาแต่วัตถุดิบที่ฟังดูแปลกเพื่อเอามาตั้งชื่อเมนู
แต่เราอยากรู้ว่า…
วัตถุดิบไทยมีอะไรเจ๋งที่คนมองข้ามอยู่บ้าง?
เหมือนกับที่เราเคยทำกับ
ข้าวหลามหนองมน
กล้วยตาก
ขนมใส่ไส้
กะทิ
โกโก้ชลบุรี
ชา
และวัตถุดิบจากชุมชนต่าง ๆ
น้ำผึ้งหินลาดในก็เหมือนกัน
ถ้าเราบอกลูกค้าเพียงว่า…
“ไอศกรีมน้ำผึ้งครับ”
เรื่องราวเกือบทั้งหมดของมันก็หายไปแล้ว
สำหรับผม
ได้ครับ
และนี่น่าจะเป็นหน้าที่หนึ่งของร้านอาหารหรือ คาเฟ่ชลบุรี แบบเราเสียด้วย
เพราะเราไม่จำเป็นต้องเป็นคนผลิตวัตถุดิบทุกอย่างเอง
เมฆไม่ได้ปลูกป่าเก่งกว่าคนหินลาดใน
ไม่ได้เลี้ยงผึ้งเก่งกว่าเขา
และไม่ควรเดินเข้าไปแล้วพูดว่า…
“หลบครับ ผู้เชี่ยวชาญไอศกรีมมาแล้ว
เดี๋ยวจัดการระบบนิเวศให้”
พอค่ะ
สิ่งที่เราทำได้คือ…
เอาของที่เขาทำดีอยู่แล้ว
มาเล่าให้คนอีกกลุ่มหนึ่งรู้จัก
ผ่านภาษาที่เราพูดเป็นที่สุด
นั่นคือ…
ไอศกรีม
ถ้าคนมากินที่ร้าน
แล้วกลับบ้านพร้อมคำถามว่า…
“หินลาดในคือที่ไหนวะ?”
ผมว่าเมนูนี้เริ่มทำงานแล้ว
วันนี้เมฆไม่ได้เสิร์ฟไอศกรีมอยู่แค่หน้าร้าน
เรามีทั้งหน้าร้าน คาเฟ่ การออกบูธ ไอติมจัดเลี้ยงในชลบุรี งานบริษัท งานแต่ง และงานอีเวนต์ต่าง ๆ
บางงานเราไปพร้อมตู้และทีม ไอติมตัก
บางงานลูกค้าเลือกรูปแบบ ไอติมถัง ชลบุรี เพื่อนำไปจัดเสิร์ฟเอง
สิ่งที่ผมชอบคือ…
วัตถุดิบจากชุมชนหนึ่งแห่งที่อยู่บนภูเขาในเชียงราย
สามารถเดินทางมาอยู่ในไอศกรีม
แล้วไอศกรีมนั้นเดินทางต่อไปอีก
ไปอยู่ในงานแต่งที่ชลบุรี
งานบริษัทที่กรุงเทพฯ
หรืองานอีเวนต์ที่มีคนหลายร้อยคน
แล้วอาจมีใครบางคนตักขึ้นมากินแล้วถามว่า…
“รสอะไร?”
น้ำผึ้งหินลาดในครับ
จากตรงนั้นเรื่องก็เริ่มเดินต่ออีกครั้ง
สำหรับผม
นี่เป็นเรื่องที่น่าสนใจกว่าการบอกแค่ว่า…
“เรามีรสใหม่”
เยอะเลย
นี่เป็นเรื่องที่ผมให้ความสำคัญมาก
เพราะทุกวันนี้ชื่อแหล่งวัตถุดิบกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Marketing ได้ง่ายมาก
กาแฟจากนี่
โกโก้จากนั่น
น้ำผึ้งจากโน่น
ชื่อยิ่งไกล ยิ่งฟังดูดี
แต่ถ้าคนกินจบแล้วไม่รู้อะไรเกี่ยวกับที่มาของมันเพิ่มขึ้นเลย
สำหรับผมมันน่าเสียดาย
ถ้าคุณกินไอศกรีมน้ำผึ้งหินลาดใน
ผมไม่ได้อยากให้กลับบ้านไปแล้วรู้เพียงว่า…
“เป็นน้ำผึ้งที่อร่อยดี”
ผมอยากให้รู้ต่อว่า…
หินลาดในอยู่ที่ไหน?
ใครเป็นคนดูแลป่า?
ผึ้งหาอาหารยังไง?
น้ำผึ้งถูกเก็บช่วงไหน?
แล้วรายได้บางส่วนเดินทางกลับไปไหน?
เพราะจุดแข็งของวัตถุดิบไทยหลายอย่าง
ไม่ได้มีแค่สิ่งที่อยู่บนลิ้น
มันมีคนอยู่ข้างหลัง
ถ้ามีคนถามว่า…
ใครเป็นคนทำไอศกรีมน้ำผึ้งหินลาดใน?
ถ้าผมตอบว่า…
“เมฆทำครับ”
มันก็ถูกแค่ครึ่งเดียว
เพราะก่อนวัตถุดิบมาถึงเรา…
ป่าเป็นคนกำหนดว่ามีดอกไม้อะไร
ฤดูกาลเป็นคนกำหนดว่าจะออกดอกเมื่อไร
ผึ้งเป็นคนตัดสินใจว่าจะบินไปไหน
ชุมชนเป็นคนดูแลพื้นที่ให้ระบบทั้งหมดเดินต่อได้
แล้วเมฆค่อยรับไม้ต่อ
ถ้าจะเรียกให้เท่หน่อย…
นี่เป็นไอศกรีมที่มี
ป่าเป็น Executive Chef
ส่วนเมฆ?
ฝ่ายแปรรูปค่ะ
เสียงในหัว: ลดตำแหน่งตัวเองขนาดนั้นเลยเหรอ
ผม: ของเขาทำงานกันมาก่อนเราตั้งหลายเดือน
เพราะน้ำผึ้งเป็นผลผลิตจากระบบธรรมชาติ
ดอกไม้ที่ผึ้งเจอในแต่ละปีต่างกันได้
ฝนต่างกันได้
อุณหภูมิต่างกันได้
จังหวะการออกดอกต่างกันได้
น้ำผึ้งจึงสามารถมีรายละเอียดของกลิ่นและรสแตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละปี
และสำหรับผม…
นั่นไม่ใช่ Bug ครับ
มันคือ Feature
เรากำลังไม่ได้กิน Flavouring รสน้ำผึ้งที่ออกแบบให้เหมือนเดิมตลอดไป
เรากำลังกินผลผลิตที่มี…
พื้นที่
ฤดู
เวลา
ผึ้ง
และระบบนิเวศจริง ๆ อยู่ข้างหลัง
พูดอีกแบบคือ…
ปีนี้ป่าอาจกำลังเล่าเรื่องคนละตอนกับปีที่แล้ว
น้ำผึ้งหินลาดในเป็นน้ำผึ้งจากชุมชนปกาเกอะญอบ้านห้วยหินลาดใน อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ซึ่งเลี้ยงผึ้งโพรงด้วยวิธีที่อิงธรรมชาติ ปล่อยให้ผึ้งออกหาเกสรจากพืชในพื้นที่ และเก็บน้ำผึ้งในช่วงประมาณปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม โดยรายได้บางส่วนจากน้ำผึ้งถูกนำกลับไปใช้ดูแลป่าและกิจกรรมของชุมชน
เมฆเอาน้ำผึ้งนั้นมาตีความต่อในรูปของไอศกรีม
แต่สิ่งที่อยู่ในหนึ่งถ้วยไม่ได้เกิดจากสูตรของเมฆอย่างเดียว
มันเกิดจาก…
ป่าที่ต้องมีคนดูแล
ดอกไม้ที่เราเลือกไม่ได้
ฝนที่เราสั่งไม่ได้
ผึ้งที่ไม่มีใครบังคับให้ออกไปทำงาน
และชุมชนที่อยู่กับระบบทั้งหมดนี้มายาวนาน
หน้าที่ของเมฆคือรับเรื่องเหล่านั้นมา
แล้วทำส่วนที่เราถนัดที่สุดให้ดี
คือ…
ทำให้มันกลายเป็นไอศกรีมที่เรื่องดีอย่างเดียวไม่พอ
ต้องอร่อยด้วย
และอร่อยอย่างเดียวก็ยังไม่พอ
ต้องยังรู้ว่าใครอยู่ข้างหลัง
เราไม่สามารถย่อเรื่องทั้งหมดของป่าหินลาดในลงในไอศกรีมหนึ่งถ้วยได้หรอกครับ
แต่ถ้าหนึ่งคำ
ทำให้ใครสักคนหยุดแล้วถามว่า…
“น้ำผึ้งนี้มาจากไหน?”
สำหรับผม
นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ดีมากแล้ว
เพราะหลังจากรู้ว่าความหวานหนึ่งหยด
ต้องเดินทางผ่านทั้ง…
ป่า
ผึ้ง
คน
และเวลา
ครั้งต่อไปที่เราได้กินน้ำผึ้ง
มันคงหวานไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
น้ำผึ้งหินลาดในมาจากบ้านห้วยหินลาดใน ตำบลบ้านโป่ง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นชุมชนปกาเกอะญอที่มีวิถีชีวิตและการจัดการทรัพยากรเชื่อมโยงกับป่ามายาวนาน
ผึ้งโพรงในชุมชนหาเกสรและน้ำหวานจากพืชตามธรรมชาติในพื้นที่ ทำให้กลิ่น สี และรายละเอียดของน้ำผึ้งสามารถเปลี่ยนไปตามชนิดของดอกไม้ ฤดูกาล และสภาพแวดล้อมในแต่ละปี
เว็บไซต์ของชุมชนระบุว่า น้ำผึ้งจะถูกเก็บช่วงประมาณปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม หลังจากช่วงที่ดอกไม้ในป่าหลายชนิดออกดอกตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน
รายได้บางส่วนจากการจำหน่ายน้ำผึ้งถูกนำเข้ากองทุนเพื่อสนับสนุนการดูแลทรัพยากรป่า เช่น การทำแนวกันไฟและการเฝ้าระวังไฟป่า รวมถึงมีกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับการเรียนรู้และพัฒนาเยาวชนในชุมชน
เมฆนำมาพัฒนาเป็นไอศกรีมน้ำผึ้ง โดยพยายามรักษากลิ่นและเอกลักษณ์ของน้ำผึ้งไว้ และต่อยอดด้วยน้ำผึ้งหมักดอกหอมหมื่นลี้ เพื่อเพิ่มมิติของกลิ่น Floral และ Aftertaste ให้กับเมนู
แหล่งข้อมูลเกี่ยวกับชุมชนและการเลี้ยงผึ้ง: เว็บไซต์ชุมชนบ้านห้วยหินลาดใน www.hinladnai.com